พ.ย. 16 2018

The Kid Who Would Be King เด็กที่จะเป็นกษัตริย์

The Kid Who Would Be King อภินิหารดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์
กำกับและเขียนบท : โจ คอร์นิช
แนวภาพยนตร์ : แฟนตาซี , ผจญภัย
แสดงโดย : ลูอิส แอชบอร์น เซอร์กิส, ดีน โคมู, ทอม เทย์เลอร์,
ริฮานน่า ดอริส, แองกัส อิมรี่, แพทริค สจ๊วต และ รีเบคกา เฟอร์กูสัน
เข้าฉาย : 17 เดือนมกราคม 2562
ภาพยนตร์ที่กำกับและเขียนโดย โจ คอร์นิช The Kid Who Would Be King
เด็กที่จะเป็นกษัตริย์ ภาพยนตร์แนวแฟนตาซี , ผจญภัย
โดยได้นักแสดงนำของเรื่อง หลุยส์ เซอร์กิส (ลูกชายของแอนดี้ เซอร์กิส )
จะว่าเด็กก็ไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้ตอนนี้เขาอายุ 14 แล้ว
และพร้อมจะมาโชว์ฝีมือการแสดงบนจอเงิน
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Kid Who Would Be King
เด็กที่จะเป็นกษัตริย์ ได้มีการปล่อยโปสเตอร์
แล้วก็คลิปตัวอย่างแรกออกมาได้ไม่นานก็มีผู้คนกดเข้าไปดูสูงถึง 2 แสนคน
ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจอย่างมากกับคอหนัง แฟนตาซี จะน่าสนุกขนาดไหนไปชม
ตัวอย่าง https://youtu.be/OWwVD1xdAX4
เรื่องย่อ เรื่องราวของ อเล็กซ์ เด็กหนุ่มอ้วนสั้นที่แสนธรรมดา
เปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนก็ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง วันหนึ่งหลังเลิกเรียน อเล็กซ์
ได้โดนเพื่อนไล่แกล้งจนเจ้าหนีเข้าไปหลบอยู่ในพื้นที่ห้าม และนั้นเป็นเหตุทำให้
อเล็กซ์ ได้เจอกับเอ็กซ์คาลิเบอร์ ดาบในตำนานที่ปักอยู่ ในหิน
การเจอกับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างเวทมนตร์โบราณ
มาพบกับโลกยุคปัจจุบัน
อเล็กซ์จะต้องรวบรวมเหล่าเพื่อนเพื่อสร้างกลุ่มอัศวินร่วมกับพ่อมดเมอร์ลินในตำนาน
เพื่อรวมพลังโค่นอำนาจของแม่มดร้าย มอร์กาน่า
โดยการกอบกู้อนาคต อเล็กซ์ ต้องกลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในศึกนี้
รอชมกันได้แล้วที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 17 ม.ค. 2562…

พ.ย. 12 2018

รีวิว Suspiria กลัว

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต้อนรับวันฮาโลวีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Suspiria หรือที่มีชื่อไทยว่า กลัว ผลงานการรีเมกภาพยนตร์สุดสยองขวัญจาก ลูกา กัวดาญิโน (Luca Guadagnino) ผู้กำกับที่เคยฝากฝีมือไว้ใน A Bigger Splash (2015), Call Me by Your Name (2017) โดยหนังยังได้นักแสดงคุณภาพมาร่วมแสดงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton), ดาโกตา จอห์นสัน (Dakota Johnson), โคลอี เกรซ มอเรตซ์ (Chloë Grace Moretz) ที่พร้อมมาถ่ายทอดเรื่องราวความกลัวในครั้งนี้

Suspiria กลัว ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1977 ซูซี แบนเนียน นักเต้นบัลเลต์สาวจากอเมริกาได้เดินทางมายังคณะบัลเลต์ชื่อดัง พรสวรรค์ในการเต้นของซูซีทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ มาดามบลังค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของคณะมีความแน่นแฟ้นขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าจุดประสงค์ของเธอนั้นไม่ได้มาเพื่อการเต้นรำเท่านั้น ในช่วงเวลาเดียวกัน หญิงสาวภายในคณะก็เริ่มทยอยหายตัวไปอย่างลึกลับ ความหวาดกลัวเริ่มฝังรากลงไปในจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และความชั่วร้ายที่แอบแฝงอยู่ภายใต้โฉมหน้าของคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงก็เริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมา พร้อมกับเสียงคร่ำครวญของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมัน

แม้จะเตรียมตัวเตรียมใจมาพบกับความสยองมาอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่วายอดกลัวสมชื่อเรื่องไม่ได้ ด้วยความที่หนังมีความยาวกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงทำให้การมาเสพความบันเทิงครั้งนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องที่หนักหน่วงพอสมควร เริ่มตั้งแต่ต้นเรื่องที่ซัดความความโหดใส่ผู้ชมแบบระทึกใจไปกับการซ้อมเต้นสุดโหด บิดหักกระดูกกันให้เห็นเต็มตา ซึ่งหนังได้ใส่ความวิปริตรุนแรงมาแบบไม่ยั้ง เห็นแล้วเข่าแทบอ่อนกันเลยทีเดียว แต่ก็ยังดีที่หนังยังมีช่วงพักเบรกบ้าง แต่ก็เป็นการพักเพื่อค่อยๆ ยกระดับความโหดมากขึ้นไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งมาถึงจุดไคลแม็กซ์ของเรื่องที่หนังแอบหลอกให้ตายใจว่าจะเป็นไปในอย่างที่เราคิด แต่แล้วกลับตลบหลังด้วยการแสดงของ ดาโกตา จอห์นสัน ( Dakota Johnson) ที่ถ่ายทอดบทบาทของ ซูซี ออกมาได้บ้าคลั่งและคาดไม่ถึง (สำหรับคนที่ไม่เคยดูเวอร์ชั่นแรก) ไม่เพียงแค่นั้น บทบาทของนักแสดงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton), มีอา ก็อธ (Mia Goth) ก็ล้วนแล้วแต่ส่งให้หนังมีความลึกลับและความกลัวที่แฝงไปด้วยอันตรายอย่างที่หาได้ยากในหนังแนวนี้ เรียกได้ว่าใครที่เป็นคอหนังสยองขวัญแบบโหดๆ ก็น่าจะถูกใจกันไม่น้อย

นอกเหนือไปจากการดำเนินเรื่องที่เป็นไปแบบคาดไม่ถึงแล้ว ในด้านโปรดักชั่นงานสร้างก็ยังคงคุณภาพไม่เสียชื่อผู้กำกับ ลูกา กัวดาญิโน (Luca Guadagnino) เลยจริงๆ ยิ่งได้การกำกับภาพของ สยมภู มุกดีพร้อม ทีมงานคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เคยสร้างชื่อร่วมกับผู้กำกับในเรื่องก่อนหน้านี้ก็ยิ่งทำให้หนังออกมาสวยงามแทบไม่มีที่ติ อีกทั้งยังได้ยอดฝีมืออย่าง ธอม ยอร์ก (Thom Yorke) มาสร้างดนตรีประกอบให้ก็ยิ่งทำให้ภาพรวมทุกอย่างของหนังออกมาอย่างสมบูรณ์

แต่ด้วยความโหดที่จัดหนักจัดเต็มจึงทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน หากใครรู้ตัวว่าเป็นคนขวัญอ่อนหรือไม่ชอบแนวนี้แต่อยากลองของก็ไม่ว่ากัน แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อได้ลองดูหนังเรื่องนี้แล้วจะจดจำไปอีกนาน อย่างที่บอกมาข้างต้นว่าการเข้าไปดู Suspiria ถือเป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่งและแน่นอนว่าค่อนข้างจะเหนื่อยพอสมควร ไม่ว่าจะในแง่ของเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ และยังต้องปวดหัวเพื่อขบคิดพยายามตีความสิ่งต่างๆ ในหนังออกมาให้เข้าใจด้วย ซึ่งเรื่องราวมันมีมากกว่าความเชื่อเรื่องลัทธิประหลาดและการเมืองในยุคนั้นอย่างแน่นอน…

พ.ย. 11 2018

Wonder Park สวนสนุกสุดอัศจรรย์

Wonder Park สวนสนุกสุดอัศจรรย์
กำกับและก็เขียนบทโดย : จอช แอปเพลบอม และ อันเดร เนเมค
ประเภท : อนิเมชั่นผจญภัย
ค่ายภาพยนตร์ : Paramount Pictures
เข้าฉาย : 14 เดือนมีนาคม 2562
ภาพยนตร์อนิเมชั่นเสี่ยงภัยที่ผลิตขึ้นจากคอมพิวเตอร์ล้วนๆWonder Park
สวนสนุกสุดอัศจรรย์ (2019) โดยได้ผู้กำกับ จอช แอปเพลบอม รวมทั้ง อันเดร เนเมค
คู่หูผู้กำกับที่เคยฝากผลงานสุดมันไว้อย่าง Teenage Mutant Ninja Turtles: Out of the Shadows
เต่านินจา จากเงาสู่ฮีโร่ (2016) ที่สามารถปัดกวาดรายได้จากทั่วโลกมากยิ่งกว่า 490 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
แล้วก็ล่าสุดขอกลับมาทำหน้าที่กำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นการผจญภัยอีกครั้งในเรื่อง Wonder Park สวนสนุกสุดอัศจรรย์
ล่าสุดทาง Paramount Pictures
เจ้าของอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว
เรื่องย่อ เรื่องราวของเด็กสาวกำพร้าที่ชื่อว่า Junena
ได้เข้าไปค้นพบสวนสนุกที่น่าอัศจรรย์ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์หลายๆขนิด
แต่ที่แปลกก็คือสวนสนุกเกินจินตนาการแห่งนี้ตั้งอยู่กลางป่า และมีชื่อว่า Wonderland
สำหรับผู้กำกับและเขียนบทของเรา จอช แอปเพลบอม และ อันเดร เนเมค
ผู้ที่เคยเขียนบทอนิเมชั่นแนวสัตว์พูดได้หลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น Zoo, Mission: Impossible – Ghost Protocol
และ Teenage Mutant Ninja Turtles เวอร์ชันรีบูท พูดได้ว่าประสบการณ์เฉียบแน่นอน
แถมทีพาร์กของเรานำโดยกลุ่มดาราหนังเยอะมาก ทั้ง บริอานนา เดนสกี, เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์, เค็น ฮัดสัน แคมป์เบล,
เคแนน ทอมป์สัน, มีลา คูนิส, จอห์น โอลิเวอร์, เคน จอง, แมททิว บรอเดริก, เคธ โซซี่ และ นอร์เบิร์ก ลีโอ บัตซ์ มาช่วยกันพาร์กในครั้งนี้
สำหรับผู้ที่คอยติดตามภาพยนตร์หัวข้อนี้ 14 มี.ค. 2562 เจอกันได้ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทยเลยครับ…

พ.ย. 08 2018

ลือ! Johnny Depp จะไม่ได้เล่นบท Jack Sparrow ใน Pirates of the Caribbean แล้ว

ถือเป็นข่าวสารที่ฮือฮาไม่น้อยเมื่อมีรายงานว่า Disney
ตั้งใจจะนำแฟรนไชส์เรื่องดัง Pirates of the Caribbean กลับมาทำใหม่
แต่ว่าบางทีอาจไม่มีนักแสดงนำคนดังอย่าง Johnny Depp กลับมาเล่นบทนำเช่นเคย
ทั้งนี้ Depp เล่นเป็นตัวละคร “กัปตัน Jack Sparrow” ใน Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl
เมื่อปี 2003 ก่อนที่จะกลับมาเล่นบทนี้ในอีก 4 ภาคต่อมา
ซึ่งภาคปัจจุบันเป็น Dead Men Tell No Tales ในปี 2017
ก็เลยมีคำถามที่เกิดขึ้นตามมาว่าเขาจะได้มีส่วนร่วมในแผนการของ Disney
ที่คิดจะทำเวอร์ชั่นรีบูทด้วยหรือไม่ ซึ่ง Stuart Beattie
หนึ่งในกลุ่มนักเขียนบทดั้งเดิมของ Pirates of the Caribbean
ออกมาพูดในทำนองที่ว่า Depp จะไม่ได้กลับมาเล่นหนังเรื่องนี้อีกแล้ว
โดย Stuart Beattie เปิดเผยกับ DailyMailTV ว่า
ที่ผ่านมา Depp ทำผลงานไว้อย่างดีเยี่ยมจากการสร้างคาแรกเตอร์นี้ขึ้นมาเอง
กระทั่งกลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาไปแล้ว
และก็มองดูด้วยว่าตัวละคร Jack Sparrow จะถือเป็นมรดกตกทอดของ Depp
เพราะเขาเล่นบทนี้ในหนังมาแล้วถึง 5 เรื่อง และก็เป็นตัวละครที่เขาใส่ชุดไปเยี่ยมเด็กๆตามโรงพยาบาลด้วย
จึงนับว่าเป็นหน้าที่ที่จะกลายเป็นที่จดจำของผู้แสดงคนดังผู้นี้
แต่ ข่าวที่ออกมาดูแล้วยังไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากนัก แม้ DailyMailTV ระบุว่า Depp
มีปัญหาเรื่องส่วนตัวมาตลอดตอน 4 ปีให้หลัง ทั้งเรื่องเงินๆทองๆ, การแยกทางกับภรรยา Amber Heard
รวมถึงปัญหาติดสุราด้วย แต่จากที่ Beattie ให้สัมภาษณ์ ก็ไม่ได้บอกออกมาตรงๆว่า Depp
จะไม่ได้เล่นแฟรนไชส์เรื่องนี้ และหากว่า Disney จะทำหนังภาคต่อตามมาโดยใช้ตัวละครต่างๆที่ Beattie
เป็นคนร่วมสร้างสรรค์เอาไว้ในอดีต แต่เขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับหนังภาคอื่นๆอีกเลยนับตั้งแต่เขียนบทภาคต้นฉบับเอาไว้ในปี 2003…

พ.ย. 03 2018

Shazam! ซูเปอร์ฮีโร่อารมณ์ดี

ชื่ออังกฤษ : Shazam! ซูเปอร์ฮีโร่ร่าเริงแจ่มใส
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : Action, Fantasy, Sci-Fi
ผู้กำกับ : เดวิด เอฟ แซนเบิร์ก
ฉาย : 5 ม.ย. 2019
มาแล้วภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ได้ดึงมาสร้างจาก DC Comic
โดยใช้ชื่อว่า Shazam! ซูเปอร์ฮีโร่อารมณ์ดี
โดยได้ผู้กำกับฝีมือเลือดสาดอย่าง เดวิด เอฟ แซนเบิร์ก
ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง Annabelle 2 Creation
แอนนาเบลล์ กำเนิดตุ๊กตาผี ล่าสุดทาง Warner Bros.
ได้ปล่อยตัวสิ่งแรกของ Shazam! ออกมาให้เราได้ชมกันแล้วพร้อมเผยภาพโปสเตอร์
ของภาพยนตร์ออกมาให้แฟนๆซูเปอร์ฮีโร่และแฟนค่าย DC ตื่นเต้นไปตามๆกัน
เรื่องย่อ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ บิลลี่ แบ็ตสัน เด็กวัยรุ่นวัย 14 ปี
ที่ได้รับการถูกเลือกให้รับพลังวิเศษจากพ่อมด
และก็สามารถแปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ โดยการเรียกพลังของเขาต้องเอ่ยวาจาขึ้นว่า “Shazam!” (ช่ะแซม!!!)
ก็จะมีสายฟ้าผ่าลงมาแล้วตัวเขาและเปลี่ยนร่างเป็น ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่โต
ที่มีพลังที่เทพเจ้าทั้ง 6 องค์ Solomon, Hercules, Atlas, Zues, Achilles และ Mercury
สำหรับผู้ที่มารับบทเจ้าซุปเปอร์ฮีโร่ของเรานั้นเป็น แซ็คคารี ลีวาย กับ มาร์ค สตรอง
ในบทด็อกเตอร์ ซิวานา ตัวร้ายของเรื่อง, แจ็ค ดิแลน แกรเซอร์ (IT)
ในบทเฟร็ดดี้ เพื่อนซี้ที่คลั่งซูเปอร์ฮีโร่ และสุดท้าย จิมอน ฮอนซู
ในบทพ่อมดผู้เริ่มต้นเรื่องราวในเรื่องนี้ ทั้งนี้ยังมีข่าวลือมาว่า “เดอะ ร็อค” (The Rock)”
ชายหนุ่มสมัยก่อนนักมวยปล้ำร่างบิ๊กจะมารับบท “แบล็ค อาดัม” (Black Adam) คู่ปรับของ Shazam! (ช่ะแซม!!!)
ทราบไหมว่า Shazam! ใช้ชื่อเดิมทีว่า กัปตันมาร์เวล และได้มาเปลี่ยนชื่อเพราะชื่อนี้ไปเหมือนกับ “กัปตันมาร์เวล”
ของทางค่าย Marvel Comics แถมจะต้องเปลี่ยนแปลงความรู้ความเข้าใจของนักแสดงที่ต้องใช้มาจนกระทั่งตอนนี้…
สำหรับคนชอบดูหนังซูเปอร์ฮีโร่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่ไม่อยากให้แฟนๆได้พลาดชม 5 เมษายน 2019 มาแน่!…

ต.ค. 31 2018

หนังผีไทยสั่นประสาท

1.บ้านขังวิญญาณ
ครอบครัวหนึ่งได้ซื้อบ้านโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติว่าบ้านหลังที่ซื้อ มีประวัติอะไรบ้าง
เมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมายกับคนใน ครอบครัว
2.“บุปผาราตรี” เรื่องหลอนๆ ปนฮา แต่น่ากลัวสุดๆ ของวิญญาณพยาบาทสาว ที่คอยวนเวียนอยู่ที่ห้อง
ความเฮี้ยนของเธอทำให้ผู้คนต่างหวาดผวาพากันย้ายออกไปตามๆ กัน
เดือดร้อนถึงเจ๊สี่เจ้าของออสการ์อพาร์ทเมนท์ที่ต้องควานหาหมอผี
3.นางนาก
ตำนานรักระหว่างวิญญาณสาวและชายหนุ่มแห่งคลองพระโขนง เรื่องราวความรักสุดคลาสิคของ “นางนาก”
วิญญาณหญิงสาวตายทั้งกลมที่รอชายคนรัก “พ่อมาก” ให้กลับมาระหว่างสงคราม และเมื่อ “มาก” กลับมา “นาก”
ก็ทำทุกวิถีทางที่จะอยู่ร่วมกัน จนเมื่อ “มาก” รู้ความจริงว่า “เมีย” ที่ตัวเองนอนกอดอยู่ทุกวันนั้นไม่ใช่คน
4.คุกกองปราบ
ในค่ำคืนหนึ่งเวลาประมาณ ตี 3 จู่ๆ นายสมบูรณ์ ทองคำ ผู้ต้องหาคดีกรรโชก
ปล่อยเงินกู้สาวใหญ่เรียกดอกเบี้ยสุดโหด แถมอ้างตัวเป็นนายดาบกองปราบ
ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในห้องขังก็ร้องโวยวายขึ้นมาว่า ถูกผีชายชุดแดงหลอก โดยผีชายชุดแดงมาชวนไปอยู่ด้วย
5.ตายโหง
“ก้อง” ชายหนุ่มรักสนุก ที่ความผิดพลาดเพียงชั่ววูบ
ได้พาเขาไปเผชิญกับฝันร้ายที่จะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
หลังจากมาส่งของที่ผับชื่อดังแล้ว เมื่อกลับออกมาก็ได้เจอกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเพิ่งออกมาจากผับแห่งนี้ เช่นกัน
ทันใดนั้นอามณ์ดิบ หื่น ตามสัญชาติญาณก็อุบัติขึ้น
6.ชัตเตอร์
หนังผีเรื่องแรกของ GTH ที่ทำรายได้เกิน 100
ล้านบาทและยังเป็นหนังที่ถูกซื้อไปฉายหลายประเทศเพราะเรื่องเล่ามีความสากล
ความเด็ดคือการนำภาพถ่ายติดวิญญาณมาเล่าเรื่องนั่นเอง
7.“ผีช่องแอร์”หญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกฆ่าแล้วหั่นศพ ส่วนตัวยัดใต้เตียง และส่วนหัวถูกนำไปซ่อนในช่องแอร์
ในโรงแรมแห่งหนึ่งของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วิญญาณสาวจะออกมาทักทายทุกผู้คนที่เข้ามาพัก
และตามล่ามาอยู่ในโลกวิญญาณในที่สุด
8.ผีสามบาท
“ผีสามบาท” ต้นกำเนิดหนังผีสไตล์หลากเรื่องหลายรสที่นำมาต่อเนื่องกัน โดยเรื่องราวทั้ง 3 ของหนัง
จากความเชื่อของการทำน้ำมันพราย สู่เรื่องราวน่าสยองของคนเมืองที่เหงา เศร้าและอยากมีคู่
และเรื่องสุดท้าย"จองเวร" เรื่องของหญิงสาวที่ผูกคอตายนำไปสู่การติดตามผู้ต้องสงสัยที่น่าสะพรึงกลัว
ด้วยบรรยากาศการถ่ายทำอันน่าขนลุกทำให้เรื่องนี้เป้นหนังผียอกฮิตเลยก็ว่าได้…

ต.ค. 30 2018

มาดูประวัติ “เดนเซล วอชิงตัน” พระเอกผิวสีคุณภาพคับแก้ว

เดนเซล วอชิงตันเกิดที่ เมาธ์ เวอร์นอนในนิวยอร์ก เมื่อปี 1954
เป็นบุตรของรัฐมนตรี และมารดาที่เป็นช่างทำผม เมื่ออายุได้ 14 ปี
เขาถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ ในขณะที่พ่อและแม่เขากำลังมีปัญหากัน
สุดท้ายก็หย่าร้างกันในที่สุด เขาเข้ามหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม
โดยมีเป้าหมายที่จะเรียนด้านหนังสือพิมพ์ แต่เขาก็ได้มีโอกาส ร่วมทำละคร
ของนักศึกษา และทำให้ เขาเกิดชื่นชอบงานด้านนั้น จนหันมายึดเป็นอาชีพ
ในเวลาต่อมา และเขาก็รับทุนจาก สถาบันอเมริกัน คอนเซอร์เวทอรี เธียเตอร์
ในซานฟรานซิสโก ได้แสดงอยู่ 1 ปี จึงเริ่มต้น ยึดการแสดงเป็นอาชีพหลัก
เขาก้าวสู่วงการบันเทิงจากละครเวทีเรื่อง เช็กสเปียร์ อิน เดอะ ปาร์ก ตามด้วยละครบรอดเวย์หลายเรื่อง
วอชิงตันถูกฮอลลีวู้ดค้นพบเมื่อได้รับการรับเลือกให้เล่นภาพยนตร์ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ปี 1979
เรื่อง Flesh and Blood แต่การแสดงในละครเวที A Soldiers
Play ก็ถูกต้องตากับผู้อำนวยการสร้างซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง St. Elsewhereทางเอ็นบีซี
เขาแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Carbon Copy จากนั้น เขาก็เริ่มชื่อเสียง
เมื่อเขาได้รับบทเป็น Dr Phillip Chandler ในละครชีวิตทางโทรทัศน์ เรื่อง St.
Elsewhere และต่อมา ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ จากบทของ
Steve Biko นักต่อสู้ เพื่ออิสรภาพ ชาวแอฟริกาใต้ ในภาพยนตร์ของ Richard
Attenborough เรื่อง Cry Freedom
จนเขามาได้รับรางวัลออสการ์ในบททาสจากภาพยนตร์ เรื่อง Glory และในปี
1990 เขาแสดง ในภาพยนตร์เรื่อง Mo’ Better Blues และต่อด้วยเรื่อง Malcom
X และ He Got Game ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์หลายรางวัล
จากนั้นก็ได้รับบทเป็นทนาย ในเรื่อง Philadelphia ตามด้วย Crimson Tide และ
Devil in a Blue Dress ซึ่งเป็น ภาพยนตร์ เรื่องแรก ของบริษัท สร้างภาพยนตร์
ของเขาเองชื่อ Mundy Lane Entertainment
เดือนพฤศจิกายน ปี 1999 นำแสดงในภาพยนตร์ The Bone Collector
เกี่ยวกับการล่าตัวฆาตกรต่อเนื่องร่วมกับ แองเจลิน่า โจลี่ ต่อมาปี 2000
นำแสดงในภาพยนตร์ Remember the Titans กวาดเงินในอเมริกา 115
ล้านดอลลาร์ และช่วงต้นปีเดียวกันนั้นเขานำแสดงในภาพยนตร์ The Hurricane
และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
และได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์อีกครั้งในบท รูบิน เฮอร์ริเคน คาร์เตอร์
จนในปี 2001 เขาได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมใน Training Day
ในบทตำรวจลอสแอนเจลิสมือเก๋าผู้สอนงานให้ตำรวจยาเสพติดหน้าใหม่(รับบทโดย อีธาน ฮอว์ก)
ในวันแรกที่เขาทำงาน และในปี 2002 ได้แสดงใน
แสดงภาพยนตร์ John Q จากนั้นก็มีผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก Antwone
Fisher ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริง เรื่องราวของ ฟิชเชอร์
กะลาสีหนุ่มผู้มีปัญหาทางจิต(รับบทโดย ดีเรค ลุค)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมและได้รับรางวัลอีกหลายรางวัล
ปี 2003 ได้แสดงภาพยนตร์ Out Of Time
ในหนังทริลเลอร์ปริศนาฆาตกรรมกับบทหัวหน้าตำรวจฟลอริดาผู้ต้องไขปริศนา
คดีฆาตกรรมซับซ้อนซ่อนเงื่อนก่อนตัวเขาเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง
ต่อมาในปี 2004 ร่วมงานกับผู้กำกับฯ โทนี สก็อต ใน Man On Fire
ในบทอดีตทหารเรือที่ได้รับการว่าจ้างให้ปกป้องเด็กหญิงคนหนึ่ง
ในปีเดียวกันยังแสดงภาพยนตร์ The Manchurian Candidate ร่วมกับ เมอริล
สตรีพ และในปี 2006 แสดงร่วมกับไคลฟ์ โอเว่น และ โจดี้ ฟอสเตอร์ใน Inside
Man ส่วนปลายปี 2006 แสดงใน Deja Vu รับบทเจ้าหน้าที่เอทีเอฟ ดั๊ก คาร์ลิน
ในการสืบสวนคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ และในปี 2007 เขาจะมีหนังฟอร์มยักษ์
American Gangster ประกบกับ รัสเซล โครว์ในช่วงเวลาปี2007นั้น
เดนเซลได้แสดงหนังเรื่อง The Great Debaters เป็นหนังย้อนไปในสมัยยุค30
แสดงเป็น Melvin B. Tolson ในปี2009 เดนเซล แสดงหนังเรื่องThe Taking of
Pelham 123 แสดงเป็นWalter Garber เป็นเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟ
ซึ่งขบวนรถไฟที่123 โดนปล้น ในปี2010 Denzel แสดงหนังเรื่อง The book of
ELi และ ปลายปี2010 Denzel แสดงหนังเรื่อง unstopable แสดงเป็น Frank Barnes เกี่ยวกับรถไฟที่หยุดไม่อยู่
นอกจากในจอแล้ว นอกจอเขา เป็นคนกล้าพูด กล้าแสดง ความคิดเห็น
เห็นได้จาก การถกเถียงกับเควนติน ทาเรนติโน เกี่ยวกับ
เรื่องการเหยียดผิวในภาพยนตร์ของเขา นอกจากนี้ เดนเซลยังมี อีกบทบาทหนึ่ง
ในการเป็น โฆษกให้กับ Boys Girls Club of America
ทางด้านชีวิตส่วนตัวเขาแต่งงานกับพอลเลตตา มีลูกด้วยกันสี่คน ได้แก่
จอห์น เดวิด ,คาเทีย และฝาแฝด มัลคอล์มกับโอลิเวีย…

ต.ค. 28 2018

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1989 : Indiana Jones and the Last Crusade

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1989เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Indiana Jones and
the Last Crusade หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 3 ตอน ศึกอภินิหารครูเสด ภาพยนตร์ซีรี่ส์ อินเดียน่า โจนส์
ภายใต้ฝีมือผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้มดฮอลลีวู้ด ภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones and the Last Crusade
หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 3 ตอน ศึกอภินิหารครูเสด กล่าวถึงเรื่องราวของ ดร.อินเดียน่า โจนส์
ที่ต้องเดินทางไปตามหาขุมทรัพย์อีกครั้ง นั่นคือ จอกกาลิซ หรือ จอกศักดิ์สิทธิ์ ที่พระเยซูใช้ในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย
แถมจอกที่ว่านี้ยังเคยรองรับพระโลหิตของพระองค์ตอนถูกตรึงกางเขนมาแล้วด้วย จากนั้นจอกดังกล่าวตกอยู่ในมือของ
โจเซฟแห่งอารามาเทีย ช่วงหนึ่ง ก่อนจะหายสาบสูญไปนับพันปี เงื่อนงำล่าสุดก็คือ อัศวินสามพี่น้องแห่งสงครามครูเสดเป็นผู้พิทักษ์เอาไว้
โดยคนพี่คนแรกได้เสียชีวิตไปก่อน ส่วนอัศวินคนที่สองก่อนตายก็ได้เปิดเผยความลับนี่แก่หลวง
พ่อรูปหนึ่ง ขณะที่น้องสุดท้องก็ไม่มีใครได้พบเจอ แต่ว่ากันว่าเขายังคงปกป้องจอกนี้อยู่ ซึ่งในตำนานได้กล่าวไว้ว่าใครได้ครอบครองและดื่มน้ำจากจอก
คนผู้นั้นจะเป็นอมตะ ความมหัศจรรย์ของ จอกศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ ดร.อินเดียน่า
ได้รับการชักชวนจาก วอลเตอร์ โดโนแวน มหาเศรษฐีผู้หนึ่ง ให้ตามหาจอก หลังจากที่ ศจ.เฮนรี โจนส์ พ่อของ ดร.อินเดียน่า
ออกไปตามหาจอกแล้วก็หายไปก่อนหน้านี้ เรื่องดังกล่าวจี้ใจดำของ ดร.อินเดียน่า เป็นอย่างดี ทำให้เขาตกปากรับคำ วอลเตอร์
พร้อมดำเนินการสืบหาร่องรอยของพ่อทันทีแล้วการผจญภัยครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้น
มันนำพาเขาไปพบกับศัตรูดั้งเดิมอย่างพวกนาซีที่ต้องการจอกศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน จุดเด่นที่ทำให้ Indiana Jones and the Last Crusade
กวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ คือการดำเนินเรื่องที่ติ่นเต้นเร้าใจ ทั้งเนื้อเรื่องหลักอันเป็นตำนานของจอกศักดิ์สิทธิ์
และเนื้อเรื่องรองเกี่ยวกับพ่อลูกตระกูลโจนส์ นอกจากนี้ รายละเอียดที่เราไม่ทราบจาก Indiana Jones
ภาคก่อนๆ ก็คลายปมในภาคนี้เกือบทั้งหมด ไล่ตั้งแต่เรื่อง พ่อ,ปมกลัวงู หรือ รอยแผลที่คางของอินดี้
ไม่นับรวมการตามล่าของศัตรูเก่านาซี ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าติดตามตลอด 127 นาที ขณะเดียวกัน ดนตรีประกอบของ จอห์น วิลเลียมส์
ก็ยังจัดว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของเขาเลยทีเดียว โดยเฉพาะเพลงแห่งจอก
และเพลงในฉากสุดท้ายที่วิหารจันทร์เสี้ยวต้องบอกว่าทรงพลังมาก
จนขอยกให้เป็นดนตรีที่ดีที่สุดของเขาไปเลย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ สตีเว่น สปีลเบิร์ก
จะบอกว่านี่คือ Indiana Jones ที่เขาประทับใจมากที่สุด
แล้วคุณละ? ประทับใจหรือเปล่า? หากยังไม่ได้ดูไม่ได้ชมเราแนะนำให้รีบหามาชมสักครั้งในชีวิต แล้วจะต้องอึ้งว่านี่คือภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ…

ต.ค. 24 2018

ผู้กำกับ Ant-Man and the Wasp ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Fantastic Four ในจักรวาลหนังมาร์เวล

หลังจากที่แฟนๆ ทั่วโลกได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Four ในหลากหลายเวอร์ชั่นไปแล้ว ซึ่งเสียงตอบรับส่วนมากไม่ค่อยจะชื่นชมสักเท่าไร
เนื่องจากเทคนิคการถ่ายทำที่ดูไม่เนียนตาและไม่ค่อยจะทันสมัย เพราะทางค่าย 20th Century Fox ทำออกมาได้ไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไรนั่นเอง
ซึ่ง ณ ตอนนี้แฟนๆ ทั่วโลกต่างกำลังรอคอยดีลกิจการนี้ให้จบสักทีระหว่างดิสนีย์และทางฟ็อกซ์ เพราะหากดีลนี้ลุล่วง แฟนๆ น่าจะได้เห็นภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Four
ในเวอร์ชั่นใหม่ และไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังอย่างแน่นอน เนื่องจากเทคนิคการถ่ายที่ทำจะดูมีความทันสมัยมากขึ้นนั่นเอง ด้านผู้กำกับชื่อดังอย่าง เพย์ตัน รีด (Peyton Reed)
ที่พึ่งฝากผลงานไว้กับ Ant-Man and the Wasp ที่ผ่านมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้เช่นกัน
เจ้าตัวเผยว่า ‘’ตัวละครในเรื่องนี้ทุกตัวมีความเป็นไปได้เยอะมากที่ Fantastic Four จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลหนังมาร์เวล
ซึ่งจะทำให้หากมีการถ่ายทำขึ้นมาจริงด้วยนฝีมือของทางมาร์เวล หนังเรื่องนี้น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ เห็นได้จากผลงานหนังของทางค่ายมาร์เวลที่ผ่านมา’’
‘’ตัวผมเองก็เป็นแฟนหนังซุปเปอร์ฮีโร่คนนึงที่เข้าใจนะ ว่าสำหรับ Fantastic Four ในเวอร์ชั่นคอมมิกนั้น
ถือได้ว่าเป็นระดับที่ความสำคัญระดับมงกุฎเพชรของจักรวาลมาร์เวลเลยทีเดียว เพราะพวกเขาคือตัวละครแรกๆของทางค่ายมาร์เวล
ทำให้ทุกคนต่างตื่นเต้นมากหากมีการนำมาทำอีกครั้ง เพราะตัวผมเองก็มีแนวทางใหม่ถึง 6 ทางที่อยากนำเสนอให้หนังเรื่องนี้ ทั้งนี้เพื่อให้หนังกบัทางมาร์เวลที่ทำให้ทุกคนชื่นชอบได้จริงๆและคุ้มค่าการรอคอย’’…

ต.ค. 22 2018

นิโคลัส เคจ ผลงานที่น่าจดจำก่อนล้มละลาย

หนังแอ็คชั่นควบคู่กับการผจญภัย
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้อํานวยการสร้าง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์
กับดารานําชาย นิโคลัส เคจ ซึ่ง เคยสร้างความทรงจําดีๆ ให้แฟนหนังจากผล
งานสุดมัน Con Air และ The Rock ใน National Treasure ภาค 1 ซึ่งถูกมองว่าเป็น
ส่วนผสมของ Indiana Jones, Tomb Raider และ The Mummy

นิโคลัส เคจ มารับบทเบนจามิน แฟรงคลิน เกตส์ นักโบราณคดีนัก ผจญภัย
(คาแรกเตอร์เดียวกับตัวละครเอกใน หนัง 3
เรื่องที่เอ่ยชื่อมา)ตลอดชีวิตเบนจามินติดตามค้นหา
ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครเชื่อว่ามีอยู่จริง นั่นคือ ขุมสมบัติล้ําค่าของกลุ่มอัศวินผู้ทําหน้าที่
คุ้มครองชาวคริสต์เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม

เขาเชื่อว่าลายแทงขุมทรัพย์ต้องอยู่ที่ไหนสัก
แห่งในอเมริกาเขาสืบจนพบว่าลายแทงสมบัติซ่อนอยู่
ด้านหลังแผ่นคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบิเกล เชส
(ไดแอนครเกอร์) หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เขาต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากเธอ
และใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ระดับอัจฉริยะของเพื่อนคู่หู (จัสติน บาร์ธา)
ในการถอดรหัสลับ

เมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีฝ่ายผู้ร้าย..กลุ่ม ผู้ร้ายในหนังเรื่องนี้นําโดย เอียน ฮาว
(ฌอน ปืน) มหาเศรษฐีนักล่าสมบัติชาวอังกฤษ
ซึ่งทําทุกวิถีทางเพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันล้ําค่าการล่าสมบัติและไล่ล่านักล่าสม
บัติเกิด ขึ้นในหลายโลเคชั่น ไล่เรียงตั้งแต่ซากเรือ โบราณใต้อาร์กติก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหรัฐฯ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ อนุสาวรีย์ สําคัญๆ
ในวอชิงตัน ระฆังประกาศ อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย โบสถ์ทรินิตี้ใน วอลล์สตรีท
และสุสานใต้ดินในแมนฮัตตัน

จากโลเคชันและเรื่องราวดังกล่าว ทําให้ นักวิจารณ์บางคนมองว่า National Treasun
เป็นหนังผจญภัยที่จะทําให้ผู้ชมได้รับรู้เกรี ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะการปฏิวัติ ในอเมริกา
และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น

กว่าจะออกมาเป็น National Treasure หนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ โอเรน
เอวีฟ คิดพล็อตหลักขึ้นมาได้ จากพล็อตหลัง ของเขา
หนังเรื่องนี้ต้องใช้คนเขียนบทถึง 9 คน จนกระทั่งได้บทสุดท้ายที่ใช้ในการถ่ายทํา
ซึ่ง เป็นเครดิตของ เท็ด เอลเลียต กับ เทอร์รี รอสซิโอ เจ้าของบทภาพยนตร์ Pirates
Of The Caribbean ทั้งภาค 1 ที่ออกฉายไปแล้ว และ ภาค 2 ที่กําลังลงมือสร้าง

ใครที่เคยชอบ Con Air, The Rock, Indiana Jones, Tomb Raider, The Mummy
ซึ่งมีบางแง่มุมเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ หนังเรื่องนี้ มีสิทธิ์ที่จะชอบ National Treasure
ไม่ต่างจากหนังทั้งหลายที่เอ่ยชื่อมาและยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกั
นไปในตัวอีกด้วย…