หมวดหมู่: รีวิวหนัง

ต.ค. 24 2018

ผู้กำกับ Ant-Man and the Wasp ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Fantastic Four ในจักรวาลหนังมาร์เวล

หลังจากที่แฟนๆ ทั่วโลกได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Four ในหลากหลายเวอร์ชั่นไปแล้ว ซึ่งเสียงตอบรับส่วนมากไม่ค่อยจะชื่นชมสักเท่าไร
เนื่องจากเทคนิคการถ่ายทำที่ดูไม่เนียนตาและไม่ค่อยจะทันสมัย เพราะทางค่าย 20th Century Fox ทำออกมาได้ไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไรนั่นเอง
ซึ่ง ณ ตอนนี้แฟนๆ ทั่วโลกต่างกำลังรอคอยดีลกิจการนี้ให้จบสักทีระหว่างดิสนีย์และทางฟ็อกซ์ เพราะหากดีลนี้ลุล่วง แฟนๆ น่าจะได้เห็นภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Four
ในเวอร์ชั่นใหม่ และไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังอย่างแน่นอน เนื่องจากเทคนิคการถ่ายที่ทำจะดูมีความทันสมัยมากขึ้นนั่นเอง ด้านผู้กำกับชื่อดังอย่าง เพย์ตัน รีด (Peyton Reed)
ที่พึ่งฝากผลงานไว้กับ Ant-Man and the Wasp ที่ผ่านมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้เช่นกัน
เจ้าตัวเผยว่า ‘’ตัวละครในเรื่องนี้ทุกตัวมีความเป็นไปได้เยอะมากที่ Fantastic Four จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลหนังมาร์เวล
ซึ่งจะทำให้หากมีการถ่ายทำขึ้นมาจริงด้วยนฝีมือของทางมาร์เวล หนังเรื่องนี้น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ เห็นได้จากผลงานหนังของทางค่ายมาร์เวลที่ผ่านมา’’
‘’ตัวผมเองก็เป็นแฟนหนังซุปเปอร์ฮีโร่คนนึงที่เข้าใจนะ ว่าสำหรับ Fantastic Four ในเวอร์ชั่นคอมมิกนั้น
ถือได้ว่าเป็นระดับที่ความสำคัญระดับมงกุฎเพชรของจักรวาลมาร์เวลเลยทีเดียว เพราะพวกเขาคือตัวละครแรกๆของทางค่ายมาร์เวล
ทำให้ทุกคนต่างตื่นเต้นมากหากมีการนำมาทำอีกครั้ง เพราะตัวผมเองก็มีแนวทางใหม่ถึง 6 ทางที่อยากนำเสนอให้หนังเรื่องนี้ ทั้งนี้เพื่อให้หนังกบัทางมาร์เวลที่ทำให้ทุกคนชื่นชอบได้จริงๆและคุ้มค่าการรอคอย’’…

ต.ค. 21 2018

10 ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ 2

เรื่องราวความสยองขวัญยังไม่หมด
เราจะขอพาคุณไปติดตามเหล่าภาพยนตร์สยองขวัญที่จะทำให้คุณต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้กันต่อ
แต่จะเป็นเรื่องอะไรอีกบ้างไปติดตามพร้อมกันได้เลย
อะ ไนท์ แมร์
คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักปีศาจหน้าเละใส่กางเกงขายาวสวมเสื้อลายแนวขาวแถบสีดำสลับแดง
และสวมหมวกใบโตพร้อมด้วยมือขวาที่มีนิ้วเป็นใบมีดขนาดใหญ่ติดอยู่ทั้งห้านิ้ว
ใช่แล้วนี่คือเฟรดดี้ ครูเกอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่เคยลวงเด็กมาฆ่าจนคนในชุมชนช่วยกันจับ
และเผ่าทั้งเป็นทำให้มันคับแค้นอย่างมากจนกลายเป็นปิศาจที่สามารถเข้ามาฆ่าคนได้ในเวลาที่
นอนหลับนั่นเอง โดยในภาคแรกนั้นหนังเล่าเกี่ยวกับแนนซี่หญิงสาวที่พบเจอเฟรดดี้ ครูเกอร์ ในฝัน และถูกตามฆ่า
และไม่ใช่เธอคนเดียวเพื่อนๆของเธออีกหลายคนก็ฝันเหมือนกันทำให้ทั้งหมต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน
และเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองเรื่องนี้
เดอะ เบิร์ด
ชื่อเหมือนจะไม่ใช้หนังสยองขวัญ แต่เชื่อเถอะว่ามันน่ากลัวจนคุณไม่อยากจะดูจนจบแน่นอน
โดยเป็นแนวสัตว์ทำร้ายคน ซึ่งแนวนี้ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา สำหรับ เดอะ เบิร์ด
ว่าด้วยหญิงสาวคนหนึ่งได้รับของขวัญวันเกิดมาเป็นนกเลิฟเบิร์ดสองตัว
วันหนึ่งได้เดินทางไปยังบ้านของแฟนหนึ่ม
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์สุดงงปนมาด้วยความสยองเมื่อนกที่อยู่ในระแวกนั้นทุกชนิดต่างกรูกันเข้ามาเพื่อทำร้ายผู้คนอย่างไม่ทราบสาเหตุ
สำหรับเทคนิคการถ่ายทำเรื่องนี้ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมากๆที่ถึงแม้จะเป็นยุคที่สเปเชียลเอฟเฟค
ยังไม่แข็งแรง แต่ก็ทำออกมาได้อย่างสมจริงจนน่าตกใจเลยทีเดียว
เดอะ ริง
ชื่อคล้ายกับหนังดังในวงการฮอลลีวู้ด
แต่เป็นคนละเรื่องกันเพราะนี่คือหนังสยองขวัญสัญชาติญี่ปุ่นที่หลอนไม่แพ้กัน โดยว่าด้วย
เรโกะ หญิงสาวคนหนึ่งที่รู้ข่าวการตายของญาติของเธอคนหนึ่ง
ซึ่งที่มันน่าสนใจเพราะเป็นการตายผิดธรรมชาติจากการได้ดูวิดีโอเทปม้วนหนึ่งที่มีคำสาปว่าหากใครได้ดูจะต้องตายใน 7 วัน ทำให้เธอเกิดความสงสัยจนออกค้นหาความจริง
และได้พบว่ามีหลายคนที่ต้องสังเวยชีวิตคล้ายกับญาติของเธอนั่นทำให้เรื่องราวความสยองได้ถือกำเนิดขึ้น
โดยต่อมาทำให้เกิดตัวละครสุดคลาสสิคนาม ซาดาโกะ นั่นเอง
และหนังเรื่องนี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามทำให้เวลาต่อมาได้ถูกฮอลลีวู้ดซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคใหม่
จนมันกลายเป็นหนังสยองขวัญขึ้นแท่นมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง…

ต.ค. 18 2018

Goosebumps: Haunted Halloween คืนอลเวง ฟื้นคืนชีพหุ่นฝังแค้น

Goosebumps: Haunted Halloween คืนอลเวง ฟื้นคืนชีพหุ่นฝังแค้น
ผู้กำกับ : Ari Sandel
ชนิด : Adventure, Comedy, Family
ดาราหนัง : Madison Iseman / Wendi McLendon-Covey / Jeremy Ray Taylor
เข้าฉาย : 27 ธ.ค. 2561
กลับมาให้หายคิดถึงกันแล้ว Goosebumps2 ภาพยนตร์ที่กวาดรายได้ไปมาถึง 148 ล้านเหรียญทั่วทั้งโลกภาพยนตร์ที่บรรลุเป้าหมายทางด้านรายได้อย่างน่าพึงพอใจปัจจุบันได้ปล่อยตัวอย่างภาคต่อออกมาให้พวกเราได้ชมไปชมเลย
แบบอย่าง https://youtu.be/9zmYk87Erbw
Goosebumps 
ภาพยนตร์ภาคต่อที่ไม่ได้มีผู้กำกับคนเดิมทำ โดย Goosebumps ภาคแรกได้ผู้กำกับ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน เจ้าของผลงาน Monsters vs. Aliens 2009 มาปฏิบัติหน้าที่ 
แต่ในภาคต่อที่มีชื่อว่า Goosebumps: Haunted Halloween คืนอลเวง คืนชีพหุ่นฝังแค้น ได้ผู้กำกับคนใหม่อย่างอารี แซนเดล มาทำหน้าที่ โดยเรื่องราวจะดำเนินต่อกันอย่างสนุกสนานแน่ๆ
เรื่องย่อ ณ คืนวันฮัลโลวีน เด็กน้อยร้างอ้วนแล้วก็เด็กน้อยผิวสี คู่ขาเด็กในหมู่บ้านได้แอบเข้าไปเล่นในบ้านร้าง“สไตน์” โดยตามประสาเด็กเพียงแต่ต้องการหาจุดเริ่มออกเดินทางวันฮัลโลวีนแค่นั้น ทั้งสองบังเอิญได้เข้าไปค้นพบหนังสือเล่มหนึ่ง 
หนังสือที่ไม่มีผู้ใดต้องการพบเห็น หนังสือที่ขังเหล่าซาตานเอาไว้ ด้วยความไม่รู้ของ เด็กสองคน ทั้งสองได้เปิดหนังสือออกทันทีทันใดเจ้าหุ่น แล็ปปี้ เดอะ ดัมมี ก็ได้ออกมาสร้างความโกลาหลอีกทีใน Goosebumps: Haunted Halloween
สำหรับภาพยนตร์ภาคนี้แสดงนำโดย เจเรมี เรย์ เทย์เลอร์ เด็กอ้วนที่ดังมากจาก It ร่วมด้วย คารีล แฮริส (ซีรีส์ Castle Rock ดัดแปลงจากนิยายของ สตีเฟน คิงส์)
มาร่วมแสดงนำเป็นเด็กที่เริ่มต้นของความโกลาหลคราวนี้เชื่อไหมว่า Goosebumps ภาพยนตร์ตลกผจญภัยที่ผลิตจากหนังสือขายดิบขายดีของ อาร์.แอล. สไตน์ มียอดจำหน่ายสูงถึง 400 ล้านเล่ม รวมทั้งปี 2018
นี้ก็มีภาพยนตร์ออกมาให้พวกเราดูกันอีก คอยดูกันได้ที่โรงหนัง 27 เดือนธันวาคม 2561 นี้

ต.ค. 15 2018

Fast Furious 9 ตัวละครไหนที่หายไป และใครที่จะกลับมา !?

หลังจากมีกระแสข่าวดราม่ากันมาอย่างต่อเนื่องกับมหากาพย์หนังแข่งรถขวัญใจแฟนหนังอย่าง Fast Furious
ที่แม้ล่าสุดจะแปลงร่างกลายเป็นหนังแอคชั่นตามล่ากลุ่มอาชญากรไซเบอร์ข้ามโลกไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือความมันส์ และสายสัมพันธ์ของครอบครัว
อย่างที่เราได้ดูกันไปใน Fast 8 หรือในชื่อ Fate of the Furious นั่นเอง
เอเลน่า อดีตคนรักของโดมินิก ทอร์เร็ตโต้ ได้เปิดเผยว่าดอมมีลูกกับเธออยู่หนึ่งคน
ก่อนที่เธอจะถูกไซเฟอร์ วายร้ายหลักสังหารไปอย่างโหดเหี้ยม
เป็นการทิ้งปมให้คนดูสงสัยกันว่า
ชีวิตของพวกเขาและไซเฟอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่จะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต
มีข้อมูลเปิดเผยล่าสุดจาก GWW ที่รายงานว่า ภาพยนตร์เรื่อง Fast Furious ภาคที่
9 จะเริ่มมีการถ่ายทำในวันที่ 9 เมษายน ปี 2019 โดยจะได้สตีเฟน เอฟ
วินดอนรับหน้าที่กำกับภาพเช่นเคย และจะได้ผู้กำกับ Justin Lin
กลับมากำกับภาพยนตร์ชุดนี้
โดย วิน ดีเซล ได้เปิดเผยว่า Lin จะเป็นผู้รับหน้าที่กำกับในภาคที่ 9 และภาคที่ 10
โดยจะเป็นการถ่ายทำแบบต่อเนื่องในคราวเดียว ลักษณะเดียวกับที่มาร์เวลใช้ถ่ายทำ
Avengers: Infinity War และ Avengers 4 โดยในภาคที่ 10
นั้นจะเป็นบทสรุปทั้งหมดของเฟรนไชส์นี้ที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเรื่องนักแสดงที่จะมาปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้
โดยเฉพาะไซเฟอร์ ที่รับบทโดยชารีซ เธอรอน จะกลับมารับบทนี้หรือไม่
แต่ทีมครอบครัวฟาสต์จะกลับมาเช่นเคย และใน Fast 9 นี้ รวมถึงบท มีอา
น้องสาวของดอมที่แยกตัวไปใช้ชีวิตครอบครัวกับไบรอัน
โอคอนเนอร์ก็จะกลับมาร่วมฉากรับเชิญด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม
นักแสดงที่จะไม่ได้กลับมาร่วมแสดงในภาคนี้คือ ดเวนย์ จอห์นสัน ในบท ลุค ฮ็อบส์
นั่นเอง ด้วยเหตุผลด้านคิวงานการถ่ายทำที่ไม่ลงตัว
อย่างไรก็ตาม แฟนหนัง Fast Furious คงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า
เรื่องราวของภาพยนตร์ชุดนี้จะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน
รวมถึงการไม่ปรากฎตัวของฮ็อบส์จะมีผลอะไรกับเนื้อเรื่องหรือไม่
เซอร์ไพร์สการปรากฎตัวของไบรอัน โอคอนเนอร์ ที่ใช้เทคนิคพิเศษทำให้พอล
วอล์คเกอร์ผู้ล่วงลับกลับมามีชีวิต จะมีให้แฟนหนังได้เห็นหรือไม่ ต้องคอยติดตาม Fast
Furious 9 ที่เบื้องต้นได้ถูกวางกำหนดฉายเอาไว้ในปี 2020…

ต.ค. 11 2018

ภาพยนตร์โรแมนติก

1.ข้างหลังภาพ
ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายเรื่องดังของศรีบูรพาที่เคยดัดแปลงเป็นละคร และภาพยนตร์
โดยฉบับที่เลือกมานำแสดงโดย เคน – ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ คาร่า พลสิทธิ์ เป็นเรื่องราวความรักต่างสถานะ
ต่างวัยของหม่อมราชวงศ์กีรติ หญิงวัย 35 ภรรยาของพระยาอธิการบดีที่มีอายุคราวพ่อ กับ นพพร
นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปี ที่ซาบซึ้งกินใจ โดยเฉพาะกับวลีเด็ด ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน
แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรักที่ตราตรึงในความทรงจำของใครหลายคน
2. กุมภาพันธ์
ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ออกฉายในวันแห่งความรักเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผลงานการแสดงครั้งแรกของ เจี๊ยบ
โสภิตนภา ร่วมด้วย ชาคริต แย้มนาม เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่รู้กำหนดวันตายของตัวเอง
เธอตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือบินไปนิวยอร์ก แต่ที่นิวยอร์ก
เธอกลับประสบอุบัติเหตุและจำอะไรไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง แต่ผู้ชายลึกลับคนหนึ่งกลับคอยดูแลเธอตลอดมา
เวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ความรักจะสำคัญอย่างไร
ถ้าเธอได้รับรู้ว่า ช่วงเวลาอันแสนสุขนี้ มีเวลาถึงแค่เพียงกุมภาพันธ์เท่านั้น
3.คลื่นเหงาสาวข้างบ้าน
Sexphone คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน บอกเล่าเรื่องราวของ ดื้อ ดีเจหนุ่มรักสงบ และ เจ
หญิงสาวลูกครึ่งที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ทั้งสองคนคือเพื่อนบ้านที่ไม่ลงรอยกันมาตลอด
แต่เมื่อดื้อจัดรายการวิทยุแล้วต่อโทรศัพท์เข้าบ้านของเจ แล้วเกิดการเข้าใจผิดกัน
ทำให้เจโทรศัพท์เข้าไปต่อว่าดื้อในรายการวิทยุก่อนวันขึ้นปีใหม่ แต่ไม่นานทั้งสอง
ก็กลายเป็นเพื่อนคุยที่รู้ใจกันในที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าคนที่ทั้งสองคุยกันนั้น
ก็คือเพื่อนบ้านตัวแสบที่ไม่ลงรอยกันนั่นเอง เรื่องนี้นำแสดงโดย บีม กวี และ พอลล่า เทย์เลอร์
4.แฟนฉัน
ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดจากความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคน เรื่องราวของ เจี๊ยบ
เด็กผู้ชายที่มีเด็กหญิงแก่นแก้วอย่างน้อยหน่าเป็นเพื่อนสนิท
แต่แล้ววันหนึ่งเจี๊ยบนึกอยากจะเล่นกับพวกเด็กผู้ชายบ้าง แต่ไม่มีใครยอมรับ
เลยทำให้เจี๊ยบต้องพิสูจน์ตัวเองและกลายเป็นอริกับน้อยหน่า
โดยที่ไม่มีโอกาสได้ขอโทษจนน้อยหน่าย้ายบ้านจากไป
เมื่อเวลาหลายปีผ่านไปน้อยหน่าก็ส่งการ์ดแต่งงานมาให้ที่เจี๊ยบและเจี๊ยบก็
ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานเพื่อย้อนรำลึกความหลังของตัวเองด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับและนักแสดงในเรื่อง
อย่าง ชาลี ไตรรัตน์ และ โฟกัส จีระกุล ให้เป็นที่รู้จัก อีกทั้งยังโกยรายได้งาม เป็นหนังร้อยล้านที่ดังที่สุด…

ต.ค. 07 2018

3 ภาพยนตร์แอนมิเมชั่นคุณภาพ

เริ่มจาก Inside Out หรือ มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง ที่เริ่มฉายในปี 2015
การเติบโตอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ ไรลีย์
เด็กสาวที่เติบโตมาจากการใช้ชีวิตในแบบตะวันตกกลาง ที่ต้องย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในเมืองซานฟรานซิสโก
เช่นเดียวกับเราทุกคน ไรลีย์ถูกควบคุมด้วยอารมณ์ต่างๆของเธอ ไม่ว่าจะเป็น ความสุข , ความกลัว , ความโกรธ ,
ความรังเกียจ หรือความเศร้า อารมณ์ทั้งหมดอาศัยอยู่ในศูนย์บัญชาการควบคุมภายในจิตใจของไรลีย์
ที่ซึ่งพวกเขาจะคอยช่วยเธอในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
After young Riley is uprooted from her Midwest life and moved to San Francisco, her emotions – Joy,
Fear, Anger, Disgust and Sadness – conflict on how best to navigate a new city, house, and school.
เมื่อไรลีย์และเหล่าอารมณ์ของเธอต้องปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในซานฟรานซิสโก
ความโกลาหลและความขัดแย้งทางอารมณ์จึงเกิดขึ้น ต่อการที่จะเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหม่ บ้านใหม่
โรงเรียนใหม่ และเพื่อนกลุ่มใหม่ให้ดีที่สุดได้อย่างไร
ต่อมาเป็น Song of the Sea หรือ เสียงเพลงแห่งท้องทะเล ที่เริ่มฉายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือปี 2014
โดยในเรื่องนี้ระบุว่า เบน ต้องจำใจดูแลเซียร์ช่า น้องสาวคนใหม่ หลังจากที่แม่ของเขาได้จากไป
วันหนึ่งเซียร์ช่าค้นพบเปลือกหอยที่แม่ทิ้งไว้ ซึ่งแฝงปริศนาบางอย่างเกี่ยวกับแม่ของเธอ
และเสื้อโค้ทที่ใส่แล้วสามารถแปลงกายเป็นเซลกี้ สัตว์ในตำนานพื้นบ้านที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งแมวน้ำ
จนกระทั่งสองพี่น้องต้องไปอยู่กับคุณย่าในเมือง
การผจญภัยของสองพี่น้องเพื่อหาทางกลับถิ่นฐานและค้นหาอัตลักษณ์เกี่ยวกับตำนานเซลกี้จึงเริ่มต้นขึ้น
Ben, a young Irish boy, and his little sister Saoirse, a girl who can turn into a seal, go on an adventure to
free the faeries and save the spirit world.
เสมือนเป็นงานจิบลิฝั่งตะวันตกไปซะแล้ว ด้วยลวดลายงานสร้างสรรค์โดยน้ำมือของ Tomm Moore
ดัดแปลงจากตำนานพื้นบ้านอันเก่าแก่ของชาวไอริช ผสมผสานประเด็นครอบครัวพี่น้อง
และการออกแบบคาแร็คเตอร์ได้น่ารักน่าเอ็นดู หนังเผยสายสัมพันธ์ตัวละครที่ละเอียดอ่อนได้อย่างชัดเจน
จากการสูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าในชีวิต และการพยายามดิ้นรนต่อสู้ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
ผ่านบทเพลงที่เปรียบเสมือนเล่าความรู้สึกของตนทั้งหมดที่มีออกมาให้โลกได้ยิน
ทั้งลายเส้นและตัวหนังจึงเต็มไปด้วยความประณีตที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่มอบความรู้สึกอบอุ่นหัวใจขั้นสุดได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ปิดท้ายกันที่ The Wind Rises หรือ ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก หนึ่งในการ์ตูนระดับตำนานแห่งญี่ปุ่น ที่ถูกฉายเมื่อปี 2013
ผลงานอนิเมชั่นเรื่องสุดท้ายก่อนวางมือของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ตำนานผู้ก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ
เขาได้พูดถึงสาเหตุที่เลือก The Wind Rises เป็นผลงานสั่งลาว่า
ผมอยากเล่าเรื่องที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณชาวญี่ปุ่น เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจ แต่มันก็คือประวัติศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเรา
ผมอยากให้เรายืดหน้ายอมรับกับสิ่งที่พวกเราสร้างขึ้น มันคือแรงกระตุ้นที่ทำให้เรามาไกลจนถึงทุกวันนี้
นี่แหละคือเหตุผลที่ผมต้องการทำแอนิเมชั่นเรื่องนี้
เรื่องราวของความฝันและชีวิตการต่อสู้ของ จิโร โฮริโกชิ ผู้ออกแบบเครื่องบินรบ Zero Fighter
ที่ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเรื่องราวจะบอกเล่าชีวิตของ จิโร
ตั้งแต่แรงบันดาลใจในวัยเด็กที่ทำให้เขาหันมาสนใจเครื่องบิน จนถึงวัยหนุ่มที่เขาได้ออกแบบเครื่องบินให้กับกองทัพ
ในสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีก้าวล้ำ รวมถึงเรื่องราวความรักของเขากับ นาโอโกะ ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกอีกด้วย…

ต.ค. 04 2018

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1974 : Blazing Saddles

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1974เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Blazing Saddles
หรือ นายอำเภอดำ สุดยอดหนังล้อเลียน เสียดสีสังคมและเหยียดผิว
ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเรื่องหนึ่งในประวัติซาสตร์ภายใต้ฝีมือกำกับของ เมล บรู๊ค
ที่ยังทำหน้าที่เขียนบทและแสดงเองด้วยโดยภาพยนตร์ Blazing Saddles หรือ นายอำเภอดำ
กล่าวถึงเหตุการณ์ในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในยุคที่มีการเหยียดผิวอย่างรุนแรง รุนแรงขนาดที่ว่า
อินเดียนแดง ยอมปล่อยตัวเอกของเราที่เป็นคนดำไปเพราะเห็นใจที่ตัวเอกนิโกรนั้นดำกว่า
ซึ่งในภาพยนตร์ Blazing Saddles หรือ นายอำเภอดำสร้างเรื่องราวให้ คนผิวดำ ทำงานชั้นต่ำ อย่างการสร้างทางรถไฟ
และเมื่อทางที่รถไฟจะต้องผ่านเป็นที่ดินบริเวณที่มีทรายดูดจึงมีคำสั่งจากนักการเมืองขี้โกง เฮดดี้ ลามาร์
ให้เปลี่ยนเส้นทางผ่านไปยังเมือง Rock Ridge
ทำไมจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยันเมือง Rock Ridge
นั่นก็เพราะ เฮดดี้ ลามาร์ คิดจะะกว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับความเจริญที่จะมาถึง
และจะทำทุกวิถีทางที่จะขับไล่ชาวเมือง Rock Ridge ออกไป
ซึ่งความหวังเดียวของชาวเมืองคือนายอำเภอคนใหม่ที่กำลังเดินทางมา
แต่ เฮดดี้ ลามาร์ วางแผนไว้ไกลกว่านั้นเขาพุ่งไปหาเจ้านายของเขา ซึ่งก็คือผู้กำกับ เมล บรู๊ค
ให้เลือกส่งนายอำเภอที่ควบคุมได้ไปยัง Rock Ridge หวยจึงไปออกที่ บาร์ท ทาสผิวดำที่กำลังจะโดนแขวนคอ
เนื่องจากเอาพลั่วฟาดหัวลูกน้องของ เฮดดี้ ลามาร์ นั่นเองอย่างไรก็ตาม เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
เมื่อชาวเมืองไม่ต้อนรับ บาร์ท เนื่องจากผิวดำและเกือบจะเอาไม่รอดตั้งแต่วันแรก
ก่อนจะพลิกสถานการณ์ได้แบบหวุดหวิดด้วยการจับตัวเองเป็นตัวประกัน
หลังจากนั้นภาพยนตร์ก้เข้าสู่ช่วงที่ เฮดดี้ ลามาร์ส่งลูกน้องมารุกรานเมือง Rock Ridge ทำให้ บาร์ท
ต้องหาวิธีรับมือสารพัด พร้อมกับได้พรรคพวกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายชาวเมืองก็รักและมอบความไว้วางใจให้เขาในฐานะนายอำเภอผิวดำ
สุดท้ายเมื่อโดนตามรังควานไม่เลิกนายอำเภอผิวสีของเราอย่าง บาร์ท จึงผุดไอเดียบรรเจิด
ด้วยการสร้างเมืองหลอกบรรดาลูกสมุนของ เฮดดี้ ลามาร์ก่อนจัดการระเบิดเมืองไปพร้อมกับคนชั่ว ทำให้ Rock Ridge
กลับมาสงบสุขอีกครั้งทั้งหมดทั้งมวลคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Blazing Saddles หรือ นายอำเภอดำ
เรียกได้ว่าไม่น่าจะมีชื่อติดอยู่ในลิสต์ของเราหรือแม้แต่หนังทำเงินของฮอลลีวู้ดด้วยซ้ำเพราะนอกจากความเพี้ยนของตัวหนังแล้ว
แทบไม่มีสาระสำคัญอะไรเลยอย่างไรก็ตาม ตลอด 93 นาที ในภาพยนตร์ Blazing Saddles หรือ นายอำเภอดำ กลับทำให้คุณหัวเราะไม่หยุด
และนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขาจะกวาดรายได้จากการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ไปกว่า 120 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้างแค่ 2.6 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น…

ก.ย. 28 2018

4 หนังสยองขวัญในตำนาน!

ปัจจุบัน ในวงการภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ หนึ่งในหนังที่ได้รับความนิยมและถูกทำขึ้นมากที่สุด คงหนีไม่พ้น
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ที่เต็มไปด้วยการลุ้นระทึก , อารมณ์ และ จุดพีคของเนื้อเรื่อง
ท่ามกลางภาพยนตร์ที่อุบัติขึ้นมากมาย นี่คือ 5 หนังสยองขวัญในตำนาน!
เริ่มจากเรื่อง Raw เป็นภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้ผู้กำกับฝีมือพะระกาฬอย่าง Julia Ducournau
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ จัสติน สาวน้อยมังสวิรัติขี้อาย ที่ถูกรุ่นพี่เล่นพิเหลนด้วยการให้รับน้อง
ด้วยการบังคับให้กินตับกระต่ายแบบสดๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเธอเริ่มเสพติดกินเนื้อสัตว์
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การ “กินเนื้อคน” ของเธอ เรียกได้ว่าสยองจนต้องร้องยี๋
ต่อมาเป็น The Belko Experiment เป็นภาพยนตร์คุณภาพอีกหนึ่งเรื่องของโลก ภายใต้บัญชาของผู้กำกับคนดังอย่าง
Greg Mclean ที่อำนวยการสร้าง และ เขียนบททั้งหมดโดย James Gunn จาก Guardian of the Galaxy ซึ่งทั้ง 2 ภาค
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ระดับช่างและแม่บ้านจนถึงระดับผู้บริหารชั้นสูง
ถูกขังอยู่ในตึกที่มีแผ่นเหล็กปิดทุกทางออก แถมมีกองกำลังทหารมาคอยยิงใครก็ตามที่จะออกไปจากตึก
ทุกคนได้รับคำสั่งให้ร่วมเล่นเกมที่เป็นการทดลอง โดยสั่งให้ฆ่าเพื่อนพนักงานคนอื่นๆในตึกหากไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าแทนแบบอุกอาจ
ต่อมาเป็น Wish Upon จากผู้กำกับ John R. Leonetti ชาวสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องราวของ แคลร์
ที่ได้กล่องเพลงปริศนากล่องหนึ่ง ซึ่งเป็นของขวัญจากพ่อตัวเอง โดยความพีคของมันคือ
สามารถทำให้ทุกความปราถนาของเธอสัมฤทธิ์ผลด้วยพร 7 ประการ แต่เมื่อเธอเริ่มใช้มันเพื่อความสุขส่วนตัว
เรื่องร้ายๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเธออย่างชวนสะพรึง กระทั่งในที่สุด เธอก็รู้จนได้ว่า กล่องปริศนานี้นั้นมีเบื้องหลังความสยองซ่อนอยู่
ปิดท้ายกันที่ Meters Down จากผู้กำกับ Johannes Roberts ว่ากันว่า หนังเรื่องนี้
เป็นเรื่องราวของสองสาวพี่น้องที่ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันที่ชายหาดเม็กซิโก
และได้ดำน้ำชมฉลามขาวใต้ทะเลโดยอยู่ในกรงป้องกัน แต่สลิงเกิดขาดและทำให้กรงตกลงไปถึง 47 เมตร
พวกเขามีเวลาหนึ่งชั่วโมงว่ายกลับขึ้นมาที่เรือก่อนที่ออกซิเจนจะหมด แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด
เมื่อระหว่างนั้นฝูงฉลามยักษ์ ขนาดยักษ์มหึมา ก็ว่ายวนเวียนอยู่บริเวณนั้น เพื่อรองับพวกเธอ…

ก.ย. 25 2018

อนาคตหนังจากตัวละคร Marvel ในมือของ Sonyแฟนๆ คอมมิคจะต้องกรี๊ด

เมื่อในอนาคตเราอาจจะได้เห็นหนังจากคาแรคเตอร์การ์ตูนได้โลดแล่นในโลกภาพยนตร์อีกเพียบ
เมื่อ Sony เจ้าของลิขสิทธิ์ในการสร้างหนังจากตัวละครใน Marvel
จะไม่ได้มีเพียงแค่ สไปเดอร์แมน หรือ เวน่อม เท่านั้น
แต่ยังมีลิขสิทธิ์ในตัวละครมากกว่า 900 ตัวจากทาง Marvel
โดยสื่ออย่าง Variety ได้รายงานว่า ดูเหมือนว่าหนังเดี่ยวอย่าง เวน่อม
จะไม่ใช่หนังเดี่ยวโดดๆ เพียงเรื่องเดียวอีกต่อไป เพราะทาง Sony
ได้ถือลิขสิทธิ์ในตัวละครจาก Marvel เกือบ 1,000 ตัว
ที่พวกเขาสามารถนำเอามาสร้างหนังได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกับทางค่าย Marvel
สำหรับภาพยนตร์ เวน่อม ที่กำลังจะเข้าฉายในเราได้ดูในเดือนตุลาคมนี้
ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในแผนการของ Sony ในการสร้างจักรวาลหนัง Marvelของตัวเอง
ที่จะมาพร้อมกับเหล่าตัวละครหน้าใหม่ที่คุณจะยังไม่เคยเห็นบนจอภาพยนตร์มาก่อน
แม้ว่าจะไม่มีการประกาศออกมาโดยตรงแก่สาธารณะว่าเหล่าตัวละครที่ทาง Sony
ถือครองอยู่มีตัวอะไรบ้าง แต่ก็ถือว่ามีเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน และในตอนนี้ Sony
ก็กำลังเริ่มโปรเจ็คเกี่ยวกับพวกมันจำนวนหนึ่ง ที่จะกลายเป็นความหวังแก่ Sony
ในอนาคต เช่น โปรเจ็ค Kraven the Hunter ตัวร้ายหนึ่งจาก สไปเดอร์แมน, Morbius
the Living Vampire ที่จะนำแสดงโดย จาเร็ต เลโต้ และสุดท้าย Silver and Black
หากใครกำลังเบื่อที่จะต้องเห็นเหล่าตัวละครซูเปอร์ฮีโร่เก่าๆ
ออกมาโลดแล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่แน่ว่าจักรวาลหนังใหม่ของ Sony นี้
อาจตอบโจทย์ความอยากเห็นซูเปอร์ฮีโร่หน้าใหม่ก็เป็นได้
จากตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชั่นล่าสุดเราได้เห็น เวน่อม
กระจายแทรกซึมเข้าไปในร่างสิ่งมีชีวิตและกลายเป็นร่างสุดสยอง
ฉากการกลายร่างที่ทำให้แฟนๆแทบคลั่งจากตัวอย่างล่าสุด เวน่อม
ที่บวกกับฉากต่อสู้และความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกของเรา เอ็ดดี้ บร็อค ที่รับบทโดย
ทอม ฮาร์ดี้ และเพื่อนใหม่ ซิมไบโอท
ที่จะพาคุณไปเจอกับหนังแอนตี้ฮีโร่รูปแบบใหม่ที่คุณจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
มีความเป็นไปได้ว่า เอ็ดดี้ บร็อค จะไม่สามารถควบคุม ซิมไบโอต ได้เลย
ซึ่งพอเป็นเหตุผลได้ว่าเหตุใด การเปลี่ยนร่างของเขาถึงดูอลังการขึ้น
ความสูงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเป็นปีศาจที่มีฟันแหลมคม ลิ้นยาวและพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา จะมีสิ่งที่เหมือนหรือต่างจากฉบับ Comics ขนาดไหน
เราอาจต้องลองไปพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์เวน่อม เตรียมเข้าฉาย 11 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์…

ก.ย. 21 2018

5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Shazam! ฮีโร่พลังเทพ

ซูเปอร์ฮีโร่พลังเทพ Shazam! ซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ล่าสุดของ DC
ที่กำลังจะมีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง จากเด็กหนุ่มคนนึงนามว่า Billy Batson
และด้วยคำพูดวิเศษเพียงคำทำให้เขากลายร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่
ตัวอย่างแรกที่ถูกปล่อยออกมาถือว่าเซอร์ไพรส์แฟนๆ มาก เพราะมีทั้งความฮา
ความเกรียน ซึ่งแตกต่างจากโทนหนังเรื่องที่ผ่านๆ มาของค่ายนี้ที่มีความหม่น ขึงขึง
จริงจัง ทำให้ใครๆ ต่างจับตามองและคาดหวังกับหนังเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย
ก่อนที่จะเราจะได้ชมกันในโรงภาพยนตร์ เราลองมาดูสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ
Shazam! กันดีกว่า

1. พลังจาก 6 เทพ
Shazam! คือซูเปอร์ฮีโร่ที่ครอบครองพลังจากเทพต่างๆ อยู่ที่ตัวเขาคนเดียว ซึ่งได้แก่
ความฉลาดของเทพ Solomon, ความแข็งแกร่งของเทพ Hercules, ความอึดของ เทพ
Atlas, พลังของเทพ Zeus, ความกล้าหาญของเทพ Achilles และความเร็วของเทพ
Mercury นอกจากนั้นเมื่อลองนำตัวอักษรแรกในชื่อของเทพมารวมกัน จะได้คำว่า
SHAZAM! นั่นเอง

2. ชื่อดั้งเดิมของ Shazam!
จากความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ Superman
ซูเปอร์ฮีโร่ตัวหลักที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักตั้งแต่อดีตมาจนถึงทุกวันนี้
ทำให้มีพยายามสร้างซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นขึ้นมามากมายเพื่อให้ดังกว่าหรือดังเท่ากับ
Superman แต่หลายๆตัวก็ไม่ได้ดังและถูกลืมไปแล้ว ยกเว้น Captain Marvel
ซึ่งถือเป็นชื่อแรกเริ่มของ Shazam! มีพลังคล้าย Superman สิ่งที่แตกต่าง คือการมี 2
บุคลิกและสมองความคิดยังเป็นเด็ก

3. ยุครุ่งโรจน์ของ Shazam!
แม้ว่า Superman จะขึ้นแท่นเป็นฮีโร่ในตำนาน แต่เมื่อกาลเวลาผ่านมายังยุค 40
Captain Marvel หรือ Shazam!
ได้กลายมาเป็นซูเปอร์ที่ผู้คนชื่นชอบมากที่สุดอย่างรวดเร็ว
และถือเป็นฮีโร่แห่งทศวรรษเลยทีเดียว

4. Shazam! เคยหายไปเกือบ 20 ปี
หลังจากเป็นที่นิยมในซีรี่ส์ Lawsuit การผจญภัยของ Captain Marvel ก็จบลงในปี
1954 และฮีโร่คนนี้ก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาบนหน้าหนังสือการ์ตูนอีกเลยเกือบ 2
ทศวรรษ แม้จะเป็นตัวละครที่มียอดขายมากกว่าล้านเล่มต่อเดือน
แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้การ์ตูนเรื่องนี้หายไปในช่วง Pop Culture ได้เลย

5. Captain Marvel เปลี่ยนชื่อเป็น Shazam!
แม้ว่าชื่อเดิมของ Shazam! จะใช้ว่า Captain Marvel ตั้งแต่ต้น
แต่เพราะมันมีตัวละครที่ชื่อ Captain Marvel เหมือนกันอยู่ในค่ายคู่แข่งอย่าง Marvel
พวกเขาจังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น Shazam! เพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องลิทขสิทธิ์นั่นเอง…